David Beckham - TEN BEST GOALS

วันเสาร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2553

เซอร์ลั่นลืมความเป็นเพื่อนรอยชั่วคราว



เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน นายใหญ่ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศชัดเจนขอลืมความเป็นเพื่อนกับ รอย ฮ็อดจ์สัน กุนซือ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เป็นการชั่วคราว ก่อนที่พวกเขาจะต้องนำทีมลงห่ำหั่นในเกมวันแดงเดือด วันอาทิตย์นี้

เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมายืนยันว่าจะขอลืมความเป็นเพื่อนกับ รอย ฮ็อดจ์สัน กุนซือลิเวอร์พูล เป็นการชั่วคราว ระหว่างเปิดรังโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ทำศึกพรีเมียร์ลีก ในวันอาทิตย์ที่ 19 กันยายนนี้

บรมกุนซือเลือดสกอตติชที่นำขุนพล "ปีศาจแดง" เถลิงบัลลังก์แชมป์ลีก 11 สมัยในช่วงระยะเวลา 20 ปีที่ลิเวอร์พูล ร้างราความสำเร็จในประเทศ พูดถึงเกมสำคัญที่จะมาถึงว่า "ผมต้องพูดซ้ำแล้วซ้ำอีกเมื่อเกมนี้มาถึง มันไม่มีคำถามใดๆ อีกแล้ว ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ฟอร์มของทีมเริ่มจะเข้าที่ และเราเป็นฝ่ายชนะพวกเขา (2-1) ในเกมสุดท้ายที่เจอกัน และหวังว่าครั้งนี้ผลการแข่งขันจะเป็นของเราอีกครั้ง"

เฟอร์กูสัน พูดถึงความสนิทสนมกับ ฮ็อดจ์สัน ที่เพิ่งย้ายจากฟูแล่ม มากุมบังเหียนทัพ "หงส์แดง" ในช่วงหน้าร้อนที่ผ่านมาว่า "ผมรู้จักเขามานานมากแล้ว ผมเจอเขาครั้งแรกในปี 1987 ตอนที่ผมเดินทางไปมัลโม่ เพื่อชมเกมสโมสรยุโรปของพวกเขากับอาแจ็กซ์ การแข่งขันถูกยกเลิกหลังจากเล่นไปได้เพียงนาทีเดียว และเราก็ไปทานอาหารเย็นด้วยกันหลังจากนั้น"

"รอย เป็นคนที่มีประสบการณ์ที่สั่งสมมาจากการทำงานในอิตาลี,สวิตเซอร์แลนด์ ,ฟินแลนด์ และเขายังทำงานที่ฟูแล่ม ได้อย่างน่าชื่นชม แต่ความมุ่งมั่นของเราไม่มีทางเปลี่ยนแปลง เราจะแสดงการเล่นตามแนวทางที่เราเคยทำมาตลอด

2ปีหลังที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดเฮทีมละหน..ปีนี้ใครจะเฮ?



2 ปีล่าสุดที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดผลัดกันแพ้ ผลัดกันชนะ ปีที่แล้วผีแซงเฮ 2-1 ส่วนปี 2009 หงส์บุกถล่ม 4-1 ส่วนปีที่จะเป็นอย่างไร...ติดตามวันอาทิตย์นี้

ฮิคส์หัวหมอ!เขมือบหงส์ก่อนขายทิ้ง




ทอม ฮิคส์ หนึ่งในเจ้าของร่วมสโมสรลิเวอร์พูล หัวหมอเตรียมเข้าควมคุมกิจการของสโมสรแต่เพียงผู้เดียวหลังจาก จอร์จ ยิลเล็ตต์ เจ้าของร่วมอีกรายกำลังประสบปัญหาการเงินอย่างหนักจนส่อแววว่าจะขายหุ้นในส่วนที่ถือครองอยู่ ตามรายงานจากหนังสือพิมพ์เดลี่ มิร์เรอร์ เมื่อวันศุกร์ที่ 17 กันยายน ที่ผ่านมา

ฮิคส์ เตรียมอาศัยจังหวะที่ ยิลเล็ตต์ กำลังประสบปัญหาด้านการเงินด้วยการเข้าครอบครองหุ้นอีก 50% ที่เหลืออยู่เพื่อหวังควบคุมกิจการของทีม "หงส์แดง" ไว้แต่เพียงผู้เดียว

ขณะนี้ ยิลเล็ตต์ มีหนี้จำนวน 75 ล้านปอนด์ (หรือประมาณ 3,600 ล้านบาท) ทำให้ ฮิคส์ พร้อมทุ่มเงินซื้อหุ้นส่วนที่เหลือก่อนจะนำขายให้กับเจ้าของรายใหม่ที่สนใจเพื่อทำกำไรต่อไป

วันศุกร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2553

ไอ้หนู18ไทยต่อเวลายิงโสมขาว3-1คว้าแชมป์เอเชีย



ไอ้หนูนักเตะไทย สุดเจ๋งซิว แชมป์บอลนักเรียน 18 ปี ชิงแชมป์เอเชีย มาครองได้สำเร็จ หลังต่อเวลาพิเศษยิงเจ้าถิ่น "พลังโสม" เกาหลีใต้ 3-1 แถมยังคว้ารางวัลยอดเยี่ยมมาเชยชมอีก 3 รายการ ทั้ง นักเตะยอดเยี่ยม, ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม และดาวซัลโวสูงสุด ส่วนคู่ชิงอันดับ 3 อิหร่าน สอย มาเลเซีย เละ 4-1

การแข่งขันฟุตบอลนักเรียน 18 ปีชิงแชมป์เอเชีย ครั้งที่ 38 ณ เมืองม็อกโป ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา เป็นการแข่งขันในวันสุดท้าย รอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง นักเรียนไทย กับ เกาหลีใต้

ไทย 1-1 เกาหลีใต้ (ต่อเวลาพิเศษไทย ชนะ 3-1)

เริ่มเกมครึ่งแรก ทั้งสองฝ่ายเปิดเกมรุกเข้าใส่กันทันที ต่างก็มีโอกาสลุ้นขึ้นทำประตูกันทั้งสองฝ่าย น.10 เกาหลีใต้ ได้ลุ้นจากลูกตั้งเตะฟรีคิกระยะ 20 หลา เยื้องไปทางริมเส้นฝั่งขวา เป็นทางด้าน ชอง ลี ชี ปั่นข้ามคานออกไป

น.13 จากลูกเตะมุมจากฝั่งซ้ายของเกาหลีใต้ เปิดโด่งเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนที่กองหลังของไทย จะโหม่งออกมาได้ก่อน บอลมาเข้าทาง แต วู ซัดไกลนอกกรอบเขตโทษ "เจ้าวัชไร้สาร" วัชระ บัวทอง ผู้รักษาประตูของไทย ยังล้มตัวปัดไว้ได้ทัน แต่บอลมาเข้าทาง โช ยอง แจ ซ้ำจ่อๆ เข้าไปให้ เกาหลีใต้ นำไปก่อน 1-0

หลังจากนั้นเป็นโอกาสได้ลุ้นของนักเรียนไทย น.20 บอลจากแดนหลังของ ศราวุฒิ อินทร์พวง เปิดบอลยาวไปข้างหน้าให้ "ศักดิ์ดาบ 2" อนุศักดิ์ เหล่าแสงไทย โหม่งต่อให้กับ นูรูล ศรียาเก็ม วิ่งเบียดกองหลังเกาหลีใต้ เข้าไปงัดบอลต่อในกรอบเขตโทษ บอลย้อยตกบนหลังคาอย่างได้ลุ้น

น.35 ไทยมีโอกาสได้ลุ้นอีกครั้งจากลูกฟรีคิกระยะ 25 หลานอกกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย เป็นทางด้าน วิชิตชัย ช่วยศรีนวล ปั่นข้ามกำแพงบอลโค้งเข้ากรอบ แต่ทางด้านผู้รักษาประตูของเกาหลีใต้ยังกระโดดคว้าบอลไว้ได้ หลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายยังคงเปิดเกมรุกเข้าแลกกันอย่างเต็มที่ แต่ยังไม่มีสกอร์เพิ่ม จบครึ่งแรก เกาหลีใต้ นำ ไทย อยู่ 1-0

ครึ่งหลัง ไทยปรับเปลี่ยนแผนการเล่นจาก 4-4-2 เป็น 4-3-3 เปิดเกมรุกเข้าแลกเต็มที่ แต่แล้ว น.50 เกือบเสียประตูที่ 2 ให้กับเกาหลีใต้ เมื่อ โช ยอง แจ ลากบอลหลุดเข้าไปในกรอบโทษทางฝั่งซ้าย ก่อนตัดสินใจยิงอัดเข้ามา บอลพุ่งไปชนเสาแรกออกหลังไปอย่างน่าหวาดเสียว

ไทยต่อเกมรุกบุกเข้าใส่เจ้าถิ่นอย่างต่อเนื่อง หวังไล่ตามตีเสมอให้เร็วที่สุด แต่จังหวะสุดท้ายยังเจาะเข้าทำประตูของเกาหลีใต้ไม่ได้ จนกระทั่งเข้าสู่ช่วท้ายเกม น.77 บอลจากกลางสนามของทางด้าน พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี เปิดข้ามมาทางริมเส้นด้านขวาต่อให้กับ รชานนท์ ศรีนอก กระชากพาบอลขึ้นทางริมเส้น จนสุดเส้นหลัง ก่อนจังหวะสุดท้ายจะเปิดบอลเรียดผ่านไปเสาสอง วานิช ใจแสน วิ่งเข้ามาชาร์จง่ายๆ ให้ไทยตามมาตีเสมอ 1-1

จากนั้นทั้งสองทีมยังทำอะไรกันไม่ได้ จบเกมเสมอกัน 1-1 ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีกครึ่งละ 10 นาที

ช่วงต่อเวลาพิเศษ น.91 บอลจากสุดเส้นหลังของ ศราวุฒิ อินทร์พวง เปิดต่อให้กับ วิชิตชัย ช่วยศรีนวล ก่อนไหลทะลุต่อให้ วานิช ใจแสน ควบบอลหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนไหลออกด้านขวาให้กับ นูรูล ศรียาเก็ม ยิงเล่นทางสวนผู้รักษาประตูไปทางเสาสอง บอลพุ่งเข้าไปกองอยู่ก้นตาข่ายให้ทีมไทยออกนำ 2-1 หลังจากนั้น เกาหลีใต้ พยายามบุกหวังทวงประตูคืน แต่ทำไม่สำเร็จ

จนกระทั่งเริ่มช่วงต่อเวลาในครึ่งหลัง น.95 ไทย ก็มาได้ประตูตอกฝาโลงจากลูกจุดโทษ ในจังหวะที่ นูรูล ศรียาเก็ม พาบอลหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนโดนทางด้านผู้รักษาประตูของเกาหลีใต้วิ่งมารวบล้มลง ก่อนที่ "บิ๊กกี้" กีรติกร นิลมาศ จะรับหน้าที่สังหารไม่พลาด จบเกมการแข่งขัน ไทยชนะ เกาหลีใต้ 3-1 คว้าแชมป์ฟุตบอลนักเรียนชิงแชมป์เอเชีย ครั้งที่ 38 มาครองได้สำเร็จ

หลังเกม "โค้ชหรั่ง" ชาญวิทย์ ผลชีวิน ผู้จัดการทีมเผย รู้สึกดีใจที่เหล่านักเรียนไทย พยายามเล่นกันอย่างเต็มที่ จนกระทั่งสามารถคว้าแชมป์รายการนี้มาครองได้ ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่บอลนักเรียนไทยเรา สามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลระดับเอเชียมาครองได้

รายชื่อนักเตะทีมนักเรียนไทย
วัชระ บัวทอง, ศราวุฒิ อินทร์พวง, กีรติกร นิลมาศ, ศราวุธ อินทร์แป้น (อภิสิทธิ์ แพงสุข), รังสรรค์ แสวงทรัพย์ (สุริยา ประวาระณะ), พุทธินันท์ วรรณศรี, วิชิตชัย ช่วยศรีนวล, ศุภนนท์ ปรางค์จันทร์ (รชานนท์ กันยาทอง), นูรูล ศรียาเก็ม, อนุศักดิ์ เหล่าแสงไทย (วานิช ใจแสน), รักษ์พล ชูเมือง (พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี)

ส่วนผลการแข่งขันคู่ชิงชนะเลิศอันดับ 3 อิหร่าน ชนะ มาเลเซีย 4-1

วันพฤหัสบดีที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2553

ซลาตันปลื้มกดเบิ้ลช่วยมิลานทุบโอแซร์




ซลาตัน อิบราฮิโมวิช หัวหอกสวีดิชของ เอซี มิลาน พอใจยิงประตูให้ทีม "ปีศาจแดง-ดำ" ได้แล้ว เมื่อกดเบิ้ลพาทีมทุบ โอแซร์ 2-0 ในถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีก ชี้เป็นรางวัลตอบแทนความพยายามที่มุ่งมั่นซ้อมหนักมาตลอด พร้อมชมทีมว่าหลังจากครึ่งแรกเล่นไม่ดี แต่สามารถยกระดับการเล่นจนมีครึ่งที่หลังที่สุดยอดได้

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าทีมชาติสวีเดน ของ "ปีศาจแดง-ดำ" เอซี มิลาน สุดแสนมีความสุข หลังจากที่เหมายิงคนเดียว 2 ประตู ช่วยให้ "รอสโซเนรี่" เปิดสังเวียนแข้ง ซาน ซิโร่ เอาชนะ โอแซร์ ทีมเยือนจากลีกแดนน้ำหอม ไปได้สวยงาม 2-0 ประเดิมศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยการคว้า 3 แต้ม พร้อมกล่าวยกความดีความชอบให้การทุ่มเททำงานหนัก ที่แสดงผลตอบแทนสุดคุ้มค่าออกมาในที่สุด

เกมแรกของ ซลาตัน กับ มิลาน ลงเอยด้วยความผิดหวัง เพราะว่าเขายิงลูกโทษไม่เข้า และแพ้ทีมน้องใหม่อย่าง เชเซน่า 0-2 ในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ หัวหอกสวีดิช ที่ย้ายใสจาก บาร์เซโลน่า ในสัญญายืมตัวบวกกับออปชั่นย้ายทีมถาวรตอนจบซีซั่น แก้ตัวด้วยการซัดเบิ้ลพาทีมชนะในถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก กลุ่มจี ที่นอกจาก โอแซร์ แล้ว ยังมีทีมอย่าง เรอัล มาดริด และ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม อยู่ร่วมกลุ่มด้วย

"การยิงประตูได้เป็นเรื่องที่สุดยอดมาก แต่สิ่งสำคัญคือทีมชนะ ครึ่งแรกเราเล่นไม่ดีเลย เรามีปัญหากับการเล่นที่ดุดันของคู่แข่ง แต่เราก็เร่งเครื่องขึ้นมาได้ดี และมีครึ่งหลังที่สมบูรณ์แบบ นี่คือค่ำคืนที่แสนวิเศษ เราปรับสมาธิกันใหม่หลังพักครึ่ง และเราเล่นดีขึ้นเยอะ"

"นี่คือเกมแรกของผมกับ มิลาน ใน ซาน ซิโร่ และผมอยากเล่นให้ดี ผมมีความสุขที่ทุกอย่างดำเนินไป และลงเอยด้วยดีในที่สุด ผมอยากชนะเสมอ และผมทุ่มเททำงานหนักมาตลอด สภาพจิตใจก็สำคัญ และพอคุณทำงานหนักด้วย ทุกอย่างก็ออกมาดี"

ซลาตัน ยังแสดงความเห็นถึงคำพูดเหน็บแนมเขาที่ยิงลูกโทษไม่เข้า จาก มัสซิโม่ โมรัตติ ประธานอินเตอร์ มิลาน อดีตทีมเก่าของเขา หลังจาก มิลาน แพ้ เชเซน่า 0-2 ว่า "โมรัตติ ? ผมไม่สนใจคำพูดของคนอื่นหรอก ผมคิดถึงแค่ มิลาน และการทำผลงานที่ดีให้ทีมเท่านั้น

เชสเซ็งอดกดแฮตทริกแรกในชีวิต




เชส ฟาเบรกาส ห้องเครื่องคนสำคัญ ของ "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล ออกอาการเซ็งเล็กน้อย ที่ไม่สามารถประเดิมแฮตทริกแรกในชีวิตค้าแข้ง หลังช่วย "เดอะ กันเนอร์ส" เปิดรัง เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ซัลโว บราก้า ซะแทบกลับบ้านไม่เป็น ถึง 6-0 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม เมื่อวันพุธที่ผ่านมา


เชส ฟาเบรกาส กัปตันทีม อาร์เซน่อล ยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก แสดงความผิดหวังที่ตนเองไม่สามารถสังหารแฮตทริกแรกในอาชีพค้าแข้งของเขาได้ ถึงแม้จะระเบิดฟอร์มช่วยทีม "ปืนใหญ่" เปิดบ้านระเบิดกระสุนถล่ม บราก้า ทีมแดนฝอยทอง อย่างถล่มทลาย 6-0 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอช เมื่อวันพุธที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา

จอมทัพทีมชาติสเปน ยิง 2 ประตู เท่ากับ คาร์ลอส เวล่า ดาวยิงจังโก้ ส่วน 2 ประตูที่เหลือมาจาก อังเดร อาร์ชาวิน กับ มารูยาน ชามัค โดย ห้องเครื่องสแปนิช กล่าวว่า "ผมคิดว่าผมมีโอกาสดี ผมน่าจะทำทางให้เพื่อนยิงประตูได้มากกว่านี้ด้วย ผู้รักษาประตูทำหน้าที่ได้ดีตอนที่ผมดวลกับเขาหนึ่งต่อหนึ่ง ผมผิดหวัง ผมต้องการจะทำสิ่งที่ผมไม่เคยทำได้มาก่อนในการอาชีพนักฟุตบอลของผม ซึ่งนั่นก็คือการยิงแฮตทริก"

ขณะเดียวกัน แม้ชนะขาดลอย แต่ดาวเตะจอมเทคนิค เตือนเพื่อนร่วมทีมว่า อย่าประมาทในเวทีแชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นอันขาด แต่ก็อดยอมรับไม่ได้ว่าวันนี้ ขุนพล "เดอะ กันเนอร์ส" เล่นกันได้อย่างยอดเยี่ยมจริงๆ "ผมคิดว่ามันยอดเยี่ยมจริงๆ ในช่วง 10 นาทีสุดท้าย เราเริ่มผ่อนเกมลงหลังจากขึ้นนำ 3-0 เราน่าจะเร่งเกมให้มากกว่านี้อีกสักหน่อย ใน แชมเปี้ยนส์ ลีก คุณไม่สามารถผ่อนเกมได้เลยไม่ว่าในเวลาไหนของการแข่งขันก็ตาม"

มิดฟิลด์วัย 23 ปี อดีตเด็กฝึกหัดของ บาร์เซโลน่า ทีมมหาอำนาจแดนกระทิงดุ ตกเป็นข่าวว่า ต้นสังกัดเก่าในบ้านเกิดต้องการดึงตัวกลับไป ตลอดทั้งซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่จนแล้วจนรอดก็ยังคงอยู่ในถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยมต่อไป โดย ฟาเบรกาส ลั่นให้วาจาที่สาวก "ปืนใหญ่" จะต้องซาบซึ้งอย่างแน่นอนว่า " ผมรู้สึกดีเยี่ยมเสมอที่นี่ ผมรู้สึกสบายดีเหมือนที่เป็นมา และผมมีความสุขสุดๆ ที่ได้อยู่ที่นี่"

เดส์ชองส์รับฝันร้ายชัดๆพ่ายประเดิมชปล.




ดีดิเย่ร์ เดส์ชองส์ กุนซือ "โอแอม" โอลิมปิก มาร์กเซย รับเป็นฝันร้ายโดยแท้ที่พลาดท่าพ่าย สปาร์ตัก มอสโก คาบ้าน 0-1 ในนัดแรก ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ขณะที่ วาเลรี่ คาร์ปิน โค้ชทีมเยือนยกเครดิตให้ อังเดร ดีคาน นายทวารที่โชว์ฟอร์มเซฟสร้างความแตกต่างให้ทีมคว้าชัยชนะในเกมนี้

ดีดิเย่ร์ เดส์ชองส์ เทรนเนอร์โอลิมปิก มาร์กเซย แชมป์เก่า ลีก เอิง กล่าวแสดงความผิดหวังที่ทีมของเขาเริ่มต้นทำศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอฟ ไม่ได้ตามคาด พลิกล็อกพ่าย สปาร์ตัก มอสโก รองแชมป์ลีกแดนหมีขาว 0-1 คาถิ่น สต๊าด เวโลโดรม เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

เดส์ชองส์ กล่าวหลังจากประตูช่วงท้ายเกมของ เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า เป็นความแตกต่างระหว่าง 2 ทีมว่า "มันคือฝันร้าย เราทำทุกอย่างที่ทำได้แล้วแม้ในครึ่งแรกมันค่อนข้างท้าทายที่ต้องสู้กับแนวกองหลัง ในครึ่งหลัง เราควบคุมเกมไว้ได้ และสร้างโอกาสจริงๆ จังๆ แต่ก็เหมือนบางครั้งที่มักเกิดขึ้นในเกมฟุตบอล เราเสียประตูโง่ๆ ทั้งที่ไม่ได้มีอะไรเลย มันเป็นผลการแข่งขันที่แย่มาก โดยเฉพาะเจอ สปาร์ตัก ตอนนี้เราต้องพยายามกลับมาจากการเริ่มต้นที่ไม่ดีนี้ และ หวังว่านี่จะยังไม่ได้ตัดสินอะไร"

ขณะที่ เบอนัวต์ เชย์รู มิดฟิลด์ "โอแอม" ยอมรับว่าตอนนี้เกมของทีมขาดอะไรบางอย่างไป "ผมไม่คิดว่าเราเล่นเกมนี้ได้แย่เท่าไร แต่เรายังขาดอะไรบางอย่าง ตอนท้ายฤดูกาลก่อนที่เราประสบความสำเร็จ และ ตอนนี้กลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง มันไม่ง่าย แต่เราต้องทำงานหนักต่อไป คืนนี้มีอะไรดีๆ ที่เราสามารถเอาไปใช้ได้อยู่"

ส่วน วาเลรี่ คาร์ปิน กุนซือ สปาร์ตัก ถึงกับให้คะแนนความสามารถ อังเดร ดีคาน ผู้รักษาประตู 11 เต็ม 10 หลังจากทีมไม่เสียประตูพร้อมฉลองการกลับมาเล่นถ้วยใบใหญ่ของยุโรปด้วยการบุกมาเอาชนะ มาร์กเซย "ความรู้สึกแรกๆ ของผมค่อนข้างดีทีเดียว แต่ถึงเราชนะก็ยังมีข้อผิดพลาดหลายครั้งอยู่ เราจะดูทั้งหมดนั้นตามนักเตะคนต่อคน แต่ถ้าผมจะให้คะแนนผู้รักษาประตู ก็คงให้ 11 เต็ม 10 เลย"

"ผมเป็นพวกชอบความสมบูรณ์แบบ และ การต่อเกมของเราก็ไม่ดีนัก เรายังเล่นไม่เต็มร้อย คำสั่งของผมเน้นไปที่เกมรับเป็นพิเศษ เพราะนักเตะของผมครึ่งหนึ่งเพิ่งเล่นรายการระดับนี้เป็นครั้งแรก ต่อมาเราเริ่มเล่นได้ตอนเกมเปิดมากขึ้น ชัยชนะนัดนี้มีทุกอย่างอย่างละเล็กละน้อย ทั้งโชคและเหตุผล"

แฟร์กน็องเดซร์ครวญโอแซร์ขาดความคม




ฌอง แฟร์กน็องเดซ กุนซือโอแซร์ ยอมรับลูกทีมขาดความเฉียบคมในจังหวะปิดสกอร์ ทำให้พลาดโอกาสสำคัญในการเปิดเกมสวนกลับเร็วในครึ่งแรก จนถูก "ปีศาจแดงดำ" เอซี มิลาน ไล่บดชนะ 2-0 ในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก นัดแรก เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

ฌอง แฟร์กน็องเดซ เทรนเนอร์โอแซร์ สโมสรดังลีก เอิง ออกมาแสดงความผิดหวังที่นักเตะพลาดโอกาสทำประตูในครึ่งแรกจนพ่าย เอซี มิลาน ยักษ์ใหญ่แห่งศึกกัลโช่ เซเรีย อา 2-0 ที่สนาม ซาน ซิโร่ ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มจี เมื่อวันพุธที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา

กุนซือวัย 55 ปี ให้สัมภาษณ์หลังจบเกมว่า "มันเป็นเรื่องยากที่จะยอมรับความพ่ายแพ้ได้ แต่อย่างไรก็ตาม ดูจากการเล่นในครึ่งหลัง มันก็เป็นธรรมดา ในครึ่งแรก พวกเรามีโอกาสสำคัญที่จะทำประตู ถ้าหากเราทำประตูได้ล่ะก็ พวกเราก็จะสร้างปัญหาให้เอซี มิลาน ได้มากขึ้น"

เจ้าของรางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมของฝรั่งเศส ประจำฤดูกาล 2009-2010 ยังยอมรับอีกว่า สุดเสียดายที่ลูกทีมไม่สามารถเปลี่ยนจังหวะสำคัญให้เป็นประตูขึ้นนำในครึ่งแรก ทั้งที่มีจังหวะสวนกลับเร็วที่มีผู้เล่นได้เปรียบมิลาน 4 ต่อ 2 คน แต่ก็ทำไม่ได้

พวกเราขาดประสบการณ์ในสถานการณ์ 4 ต่อ 2 คนแบบนั้น ถ้าหากพวกเรามีประสบการณ์มากกว่านี้ล่ะก็ เราคงจะขึ้นนำ 1-0 แล้ว และมันจะเป็นงานที่ยากขึ้นสำหรับ มิลาน พวกเราผิดหวัง อย่างที่ผมเคยพูดไว้ เราน่าจะนำ 1-0 แต่หลังจากนาทีที่ 60 สภาพร่างกายของทีมเราก็แย่ลง"

"เราไม่สามารถเล่นกับลูกบอลได้เหมือนก่อน แต่สิ่งที่ผมเสียดายมาก ก็คือเมื่อเรายังอยู่ในการแข่งขัน เราเสียประตูในนาทีที่ 66 และมันยังมีเวลาเหลืออีก 24 นาที ที่จะกลับมาได้ มันเป็นไปได้ แต่สิ่งที่ทำให้เจ็บปวดมากกว่า ก็คือการเสียประตูลูกที่ 2 จากจังหวะโต้กลับ ใน 3 นาทีถัดมาจากลูกแรก ทำให้การแข่งขันจบลงทันที" อดีตเทรนเนอร์ โอลิมปิก มาร์กเซย ร่ายยาว

เซอร์เสียดายไม่ใส่ชื่อเบิร์บสำรองเกมพบเรนเจอร์




เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน มหากุนซือ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รับคิดผิด ที่ไม่ใส่ชื่อ ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ หัวหอกเทคนิคสูง เป็นตัวสำรอง ในเกมเสมอ กลาสโกว์ เรนเจอร์ส แบบไร้สกอร์ เกม แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา


เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยอดผู้จัดการทีมของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มหาอำนาจลูกหนังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก ยอมรับว่า เขาน่าจะใส่ชื่อ ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ กองหน้าเลือดบัลแกเรีย เป็นตัวสำรอง ในเกมที่เสมอ กลาสโกว์ เรนเจอร์ส 0-0 ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม ซี เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา




บรมกุนซือ "ผีแดง" จัดการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นถึง 10 คน จากเกมที่เสมอ เอฟเวอร์ตัน 3-3 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แต่กลับกลายเป็นว่า ฟอร์มของลูกทีมไม่ได้ดีขึ้นเลย และก็ทำได้เพียงเสมอ "เดอะ ไลท์บลูส์" แบบไร้สกอร์ ด้าน เบอร์บาตอฟ ซึ่งทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วงต้นซีซั่นนี้ ก็เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ เซอร์ เฟอร์กี้ ตัดออกจากทีม และไม่มีชื่อเป็นตัวสำรองด้วย



งานนี้ กุนซือเลือดสกอตต์ ยอมรับว่า อยากให้โอกาส ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ หัวหอกเม็กซิโก แต่ก็เสียดายที่ไม่ยอมส่ง "เบิร์บ" ลงเล่นในแมตช์กับ เรนเจอร์ส "เราอยากเห็น ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ ลงเล่นตลอดทั้งเกม ด้วยเหตุนี้ทำให้เราพัก เบอร์บาตอฟ ทั้งที่เขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมก็ตาม เขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่โชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดให้กับเราในฤดูกาลนี้ และมีความสามารถในการสร้างสรรค์เกมในสถานการณ์ที่ตึงเครียด ซึ่งนั่นเป็นการสร้างความแตกต่างให้กับทีม"



เซอร์ เฟอร์กี้ กล่าวต่อไปว่า "มีผู้เล่นฝีเท้าดีมากมายในสนาม มันเป็นค่ำคืนที่น่าผิดหวังสำหรับเรา เรนเจอร์ส มีระบบการเล่นที่ยากจะเจาะเข้าไปทำประตูได้ ผมไม่รู้ว่า การเล่นกับทีมอื่นจะแตกต่างกันหรือเปล่า พวกเขามีระบบที่ดี และตั้งรับลึก มันเป็นเรื่องยากที่จะเปิดช่องเข้าไปทำประตู เราไม่ได้ทดสอบผู้รักษาประตูของพวกเขาเลย มันเป็นค่ำคืนที่ยากลำบากจริงๆ"